ความรู้ทั่วไป

สร้างสมองที่ 2 ด้วย Zettelkasten ตอนที่ 1

Zettelkasten คืออะไร

Zettelkasten อ่านว่า เซ็ทเทิลคาสเท่น เป็นภาษาเยอรมัน แปลว่า slipbox หรือ กล่องใส่สลิป หรือ การ์ดข้อมูลต่างๆ ที่ทำระบบสามารถเชื่อมโยงกันเองได้ โดยการติดรหัส / ติด tags เพื่อใช้ในการบริหารข้อมูล เพื่อใช้วิจัย เรียนรู้ หรือเขียนหนังสือ – (เรียบเรียงและอ้างอิงจาก วิกิพีเดีย)

ที่มาของ Zettelkasten

การจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระบบ เริ่มเกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 สมัยเริ่มมีการจัดเก็บข้อมูลเป็นสมุดบันทึกความรู้และความคิด (Commonplace book) ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีรวบรวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากความรู้ต่างๆ มารวมเป็นเล่ม

Conrad Gessner (1516-1565) เป็นนักธรรมชาติวิทยา แพทย์ และนักภาษาที่มีชื่อเสียงจากการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ และพืชอย่างเป็นระบบ เขาเก็บข้อมูล จากการติดแผ่นกระดาษเข้ากับแผ่นปก เป็นการสร้างหนังสือธรรมดาให้กลายเป็นดัชนี ที่ใช้ในการจัดการข้อมูล

ต่อมาช่วงต้นของศตวรรษที่ 17 นักคิดค้นชาวอังกฤษที่ชื่อ Thomas Harrison ได้ทำคู่มือของ Harrison เกี่ยวกับ หีบข้อมูลแห่งการศึกษา (ark of studies / Arca Studiorum) โดยการจัดระเบียบเป็นตู้เอกสารขนาดเล็กที่ผู้ใช้สามารถคัดลอกเนื้อหาจากหนังสือและจัดเก็บบันทึก ด้วยการติดกระดาษเข้ากับตะขอที่มีป้ายระบุหัวเรื่อง ซึ่งต่อมาผ่านการปรับปรุงโดย Vincent Placcius และ  polymath Gottfried Wilhelm Leibniz 

หีบเก็บข้อมูลที่ทำรหัสจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระเบียบ โดย Vincent Placcius

ในปี 1767 Carl Linnaeus  ใช้กระดาษแผ่นเล็กๆ บันทึกข้อมูลสำหรับใช้ในการวิจัย ที่เหมือนกับเป็น index card ขนาดประมาณ 3 นิ้ว บรรจุข้อมูลโดยมีแหล่งอ้างอิงจากหนังสือต่างๆ ใน  Linnean Society of London ซึ่งต่อมาได้มีการตีพิมพ์หนังสือชื่อว่า My way of collecting materials for future writings (คำแปลภาษาอังกฤษ)ของ Johann Jacob ได้อธิบาย วิธีการ(algorithms) ที่เขาใช้ในการทำการ์ดบ็อกซ์ นี้

ในปี 1796 ได้มีหนังสือ  idyll Leben des Quintus Fixlein (ชีวิตชนบทอันเรียบง่ายและสงบสุขของ Quintus Fixlein) โดยนักเขียนนิยายโรแมนติก Jean Paul  ซึ่งได้มีการรวบรวมข้อมูลจากกระดาษกว่า 12000 ชิ้นในหนังสือเกร็ดความรู้ตลอดชีวิตของเขา

นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการชาวฝรั่งเศษอย่าง Charles-Victor Langlois  และ Charles Seignobos ที่มีตำราอย่าง Introduction to the Study of History (1897) ที่แนะนำประวัติศาสตร์ในการจดบันทึกลงบนกระดาษหรือการ์ดไว้ด้วย

ศตวรรษที่ 20

หนังสือของนักบวชโดมินิกันและนักปรัชญาที่ชื่อว่า Antonin Sertillanges (1863-1948) ที่มีชื่อว่า The Intellectual Life เป็นหนังสือที่โด่งดัง ซึ่งอธิบาย วิธีใช้ชีวิตด้วยปัญญา (ต้นฉบับเป็นภาษาฝรั่งเศส และถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษในภายหลัง) ได้มีการแนะนำวิธีการจดบันทึกลงบน กระดาษแผ่นเล็ก (slips) ที่ทำจาก กระดาษหนาและขนาดเท่ากัน รวมถึงกล่องและอุปกรณ์เสริมต่างๆในการจัดเก็บบันทึกให้เป็นระเบียบ และยังแนะนำให้ใช้บัตรที่ติด tags บอกหมวดหมู่ให้ชัดเจน ด้วยการใส่หมายเลขกำกับแต่ละหมวดหมู่ เพื่อสามารถจัดเรียงและค้นหาได้สะดวก แถมยังแนะนำการสร้างสารบัญและดัชนีหัวข้อ ใช้ระบบ เลขทศนิยม(decimal system) อีกด้วย

 Frederic L. Paxson (1877–1948) นักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกัน ได้ทำการจดโน๊ตลงกระดาษขนาด 3×5 นิ้วทุกวัน ช่วงชีวิตเขาสะสมกระดาษโน๊ตลงในกล่องได้ถึง 80 ลังด้วยกัน

Walter Benjamin (1892–1940) จัดระบบเรียงไฟล์เป็นรหัสตัวเลข (numbering system ) ในการสร้าง  Arcades Project  ซึ่งหลังจากที่ Benjamin เสียชีวิต ตัวหนังสือนี้ก็ได้รับการปรับปรุงและตีพิมพ์ขึ้นมาภายหลัง

Roland Barthes (1915–1980) นักปรัชญาชาวฝรั่งเศษ ได้ทำ index card file โดยเริ่มต้นในช่วงปี 1943 จนกระทั่งเขาเสียชีวิต (รวมทั้งหมด 65 ปี) มีทั้งหมดกว่า 12,1250 แผ่นด้วยกัน โดยมีคนอธิบายที่ชื่อว่านาย Louis-Jean Calvet บอกว่า ระบบการ์ดของ Barthes จะพยายามใช้จัดระบบให้มันเชื่อมโยงด้วยกัน

 Hans Blumenberg (1920–1996)นักปรัชญาชาวเยอรมัน ได้รวบรวมการ์ด 30,000 แผ่นในระบบ Zettelkasten ซึ่งทั้งหมดอยู่ในถูกเก็บไว้ในกล่องทั้งหมด 32 กล่องใน German Literature Archive 

Niklas Luhmann ใช้ระบบ Zettelkasten ซึ่งช่วยให้เขาเขียนหนังสือและบทความได้ปรมาณมาก

อีกคนดังหนึ่งที่ใช้ระบบนี้คือนักสังคมศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อว่า Niklas Luhmann (1927–1998)ได้ใช้ index card กว่า 90,000 แผ่น ในงานวิจัยและใช้มันอ้างอิงในงานเขียนเขากว่า 50 เล่มและมีบทความถึง 550 บทความ เราได้ทำการเชื่อมโยงการ์ดด้วยกันด้วยระบบตัวเลขแบบแตกกิ่งไป ซึ่งมีคนอธิบายทฤษฏีนี้ใน บทความที่ชื่อว่า “Kommunikation mit Zettelkästen“(Communication with slip boxes)

#zettelkasten #howtonote #ระบบการจดโน๊ต

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *